นโยบายความเป็นส่วนตัวของ LAB CHAT
* เอกสารนี้เป็นคำแปลเพื่อใช้อ้างอิงจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น หากมีข้อความใดในคำแปลนี้ขัดหรือแย้งกับฉบับภาษาญี่ปุ่น ให้ถือฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นสำคัญ
TGLAB Inc.(ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัท")ขอกำหนดแนวทางการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในบริการแชท "LAB CHAT"(ต่อไปนี้เรียกว่า "บริการ")ที่บริษัทให้บริการ ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 (การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)
บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศญี่ปุ่น(ต่อไปนี้เรียกว่า "กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล")ตลอดจนกฎหมายและแนวปฏิบัติอื่นที่เกี่ยวข้อง และจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
ข้อ 2 (คำนิยาม)
1. "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้จากชื่อ วันเดือนปีเกิด หรือรายละเอียดอื่นที่ปรากฏในข้อมูลดังกล่าว(รวมถึงข้อมูลที่สามารถนำไปเทียบเคียงกับข้อมูลอื่นได้โดยง่ายและทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้)หรือข้อมูลที่มีรหัสระบุตัวบุคคลรวมอยู่ด้วย
2. "ข้อมูลส่วนบุคคลในฐานข้อมูล" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประกอบขึ้นเป็นฐานข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลและอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
3. "ผู้ใช้บริการ" หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ได้ลงทะเบียนใช้บริการแล้ว
4. "แฟนคลับ" หมายถึง แฟนคลับอย่างเป็นทางการของศิลปิน หรือบริการแบบสมาชิกอื่น ๆ ที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการและเชื่อมต่อกับบริการนี้
5. "ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรักษา" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลในฐานข้อมูลที่บริษัทมีอำนาจในการเปิดเผย แก้ไข เพิ่มเติมหรือลบเนื้อหา ระงับการใช้ ลบทิ้ง และระงับการให้แก่บุคคลภายนอก ข้อมูลตามข้อ 3 ที่บริษัทได้รับในบริการนี้โดยหลักถือเป็นข้อมูลประเภทดังกล่าว
ข้อ 3 (ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม)
ในการให้บริการ บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้
【ข้อมูลที่ท่านกรอกหรือให้ไว้】
- อีเมล
- รหัสผ่าน
- ชื่อผู้ใช้หรือชื่อเล่น
- รูปโปรไฟล์
- เนื้อหาข้อความที่ส่งภายในบริการ
- เนื้อหาการสอบถาม
【ข้อมูลที่ได้รับจากแฟนคลับ ในกรณีเข้าสู่ระบบด้วยข้อมูลการลงทะเบียนสมาชิกแฟนคลับ】
- รหัสสมาชิก ชื่อ อีเมล การมีอยู่และประเภทของสถานะสมาชิก
【ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน】
- ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน ประวัติการซื้อ สถานะการชำระเงิน
* หมายเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุ และรหัสความปลอดภัย จะถูกเก็บรวบรวมและบริหารจัดการโดยตรงโดยผู้ให้บริการรับชำระเงิน และไม่ถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท
【ข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจากการใช้บริการ】
- ข้อมูลอุปกรณ์(รุ่น ประเภทและเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ ฯลฯ)
- หมายเลข IP วันเวลาที่เข้าใช้ ประวัติการเข้าชม และบันทึกการเข้าใช้อื่น ๆ
- ประวัติการได้รับ การใช้ และการสิ้นผลของพอยต์
- ตัวระบุที่ได้จากคุกกี้และเทคโนโลยีในทำนองเดียวกัน
ข้อ 4 (วัตถุประสงค์ในการใช้)
บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1. การให้บริการและการดำเนินงานของบริการ
2. การยืนยันตัวตน การพิสูจน์ตัวตน และการบริหารจัดการบัญชีของผู้ใช้บริการ
3. การตรวจสอบสถานะสมาชิกแฟนคลับ และการมอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก(การมอบพอยต์ ฯลฯ)
4. การมอบและบริหารจัดการพอยต์ และการดำเนินการชำระเงิน
5. การเป็นสื่อกลางในการรับส่งข้อความระหว่างผู้ใช้บริการกับศิลปิน
6. การตอบข้อสอบถามและคำขอจากผู้ใช้บริการ
7. การแจ้งข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับบริการและการติดต่อที่จำเป็นอื่น ๆ
8. การวิเคราะห์สถานะการใช้บริการ ตลอดจนการปรับปรุงบริการและการพัฒนาฟังก์ชันใหม่
9. การป้องกันและรับมือกับการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้บริการ การใช้งานโดยมิชอบ และการกระทำทุจริตอื่น ๆ
10. การรับมือกับข้อพิพาท คดีความ และกระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ
11. การดำเนินงานที่เกี่ยวเนื่องกับข้อต่าง ๆ ข้างต้น
ข้อ 5 (การใช้ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์)
1. บริษัทจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะภายในขอบเขตที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อก่อนหน้าเท่านั้น
2. แม้จะมีความในวรรคก่อน บริษัทอาจจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
(2) กรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคล และเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
(3) กรณีจำเป็นเป็นพิเศษเพื่อยกระดับสาธารณสุขหรือส่งเสริมการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของเด็ก และเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
(4) กรณีจำเป็นต้องให้ความร่วมมือแก่หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานดังกล่าว ในการปฏิบัติภารกิจตามที่กฎหมายกำหนด และการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจนั้น
ข้อ 6 (การเก็บรวบรวมโดยชอบ)
บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยการหลอกลวงหรือวิธีการอันมิชอบอื่นใด
ข้อ 7 (การจัดการเนื้อหาข้อความ)
1. บริษัทจัดการเนื้อหาข้อความที่ผู้ใช้บริการส่งภายในบริการ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(1) การส่งต่อและการแสดงผลแก่ศิลปิน
(2) การประมวลผลและการจัดเก็บในระบบที่จำเป็นต่อการให้บริการ
(3) การตอบข้อสอบถามจากผู้ใช้บริการ และการตรวจสอบและกู้คืนเมื่อบริการขัดข้อง
(4) การตรวจสอบและรับมือกับการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้บริการ
(5) กรณีที่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือเพื่อรับมือกับกระบวนการทางกฎหมาย
2. พนักงานของบริษัทจะตรวจสอบเนื้อหาข้อความเฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง (3) ถึง (5) เท่านั้น บริษัทได้จำกัดขอบเขตพนักงานที่สามารถตรวจสอบไว้ล่วงหน้าแล้ว
3. บริษัทจะไม่ใช้เนื้อหาข้อความเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งโฆษณา การวิเคราะห์ความสนใจของผู้ใช้บริการ หรือการทำโปรไฟล์ลิ่ง ทั้งจะไม่วิเคราะห์เนื้อหาข้อความด้วย AI หรือวิธีการอัตโนมัติอื่นใด
4. บริษัทจะไม่ให้เนื้อหาข้อความแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่กรณีตามที่กำหนดในข้อ 9
5. โดยสภาพของบริการนี้ ข้อความที่ผู้ใช้บริการส่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ภาวะสุขภาพหรือความเชื่อ รวมอยู่ด้วย หากผู้ใช้บริการนำข้อมูลดังกล่าวใส่ในข้อความและส่งด้วยตนเอง บริษัทจะถือว่าได้รับข้อมูลนั้นโดยอาศัยความยินยอมของผู้ใช้บริการ
6. แม้ข้อความจะมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษรวมอยู่ บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง และได้จำกัดขอบเขตพนักงานที่สามารถเข้าดูข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่งไว้เป็นการเฉพาะ
7. ขอความกรุณาผู้ใช้บริการอย่านำข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษของบุคคลอื่น(เช่น อาการเจ็บป่วยของสมาชิกในครอบครัว)ใส่ไว้ในข้อความโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น
ข้อ 8 (การเชื่อมโยงข้อมูลกับแฟนคลับ)
1. แฟนคลับดำเนินการโดยบริษัทเช่นเดียวกับบริการนี้ ในกรณีที่ท่านเข้าสู่ระบบบริการนี้ด้วยข้อมูลการลงทะเบียนสมาชิกแฟนคลับ บริษัทจะใช้ข้อมูลสมาชิกแฟนคลับในบริการนี้ด้วย
2. รายการข้อมูลที่ใช้ตามวรรคก่อนและวัตถุประสงค์ในการใช้ มีดังนี้
รายการ - รหัสสมาชิก ชื่อ อีเมล การมีอยู่และประเภทของสถานะสมาชิก
วัตถุประสงค์ - การตรวจสอบสถานะสมาชิกเมื่อเข้าสู่ระบบบริการ การมอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิกแฟนคลับ(การมอบพอยต์ ฯลฯ)และการตอบข้อสอบถาม
3. การใช้ข้อมูลตามข้อนี้เป็นการใช้ภายในบริษัท มิใช่การให้แก่บุคคลภายนอก
ข้อ 9 (การให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอก)
บริษัทจะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลในฐานข้อมูลแก่บุคคลภายนอกโดยมิได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ใช้บริการ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
1. กรณีที่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
2. กรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคล และเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
3. กรณีจำเป็นเป็นพิเศษเพื่อยกระดับสาธารณสุขหรือส่งเสริมการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของเด็ก และเป็นการยากที่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
4. กรณีจำเป็นต้องให้ความร่วมมือแก่หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานดังกล่าว ในการปฏิบัติภารกิจตามที่กฎหมายกำหนด และการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจนั้น
5. กรณีที่มีการให้ข้อมูลส่วนบุคคลอันเนื่องมาจากการรับช่วงกิจการเพราะการควบรวมหรือเหตุอื่น
ข้อ 10 (การว่าจ้างบุคคลภายนอก)
1. บริษัทอาจว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ดำเนินการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วน ภายในขอบเขตที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้
2. ผู้รับจ้างหลักและงานที่ว่าจ้าง มีดังนี้
- ผู้ให้บริการรับชำระเงิน - การดำเนินการชำระเงินและการบริหารจัดการข้อมูลบัตรเครดิต
- ผู้ให้บริการคลาวด์ - การจัดหาโครงสร้างพื้นฐานระบบของบริการและการจัดเก็บข้อมูล
3. บริษัทกำกับดูแลผู้รับจ้างอย่างจำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้มีการบริหารความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 11 (การให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอกในต่างประเทศ)
1. ผู้ให้บริการรับชำระเงินและผู้ให้บริการคลาวด์ที่บริษัทว่าจ้างให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคล ล้วนเป็นผู้ประกอบการภายในประเทศญี่ปุ่น
2. หากในอนาคตบริษัทจะว่าจ้างบุคคลภายนอกในต่างประเทศให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการล่วงหน้า หรือดำเนินการหลังจากยืนยันแล้วว่าบุคคลภายนอกดังกล่าวมีระบบที่จำเป็นต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง ในกรณีเช่นนั้น บริษัทจะจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศที่บุคคลภายนอกนั้นตั้งอยู่ และข้อมูลอื่นที่ควรใช้อ้างอิง ให้ตามคำขอของผู้ใช้บริการ
ข้อ 12 (มาตรการบริหารความปลอดภัย)
เพื่อป้องกันการรั่วไหล สูญหาย หรือเสียหายของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อบริหารความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทได้ดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้
1. การกำหนดนโยบายพื้นฐาน - บริษัทได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ขึ้นเพื่อให้มีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
2. มาตรการด้านองค์กร - บริษัทกำหนดผู้รับผิดชอบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดขอบเขตพนักงานผู้จัดการรวมถึงขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดการไว้อย่างชัดเจน
3. มาตรการด้านบุคลากร - บริษัทจัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับข้อควรระวังในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดข้อปฏิบัติเรื่องการรักษาความลับ
4. มาตรการด้านกายภาพ - บริษัทควบคุมการเข้าออกพื้นที่ที่มีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และดำเนินมาตรการป้องกันการโจรกรรมอุปกรณ์และสื่อบันทึกอิเล็กทรอนิกส์
5. มาตรการด้านเทคนิค - สำหรับระบบสารสนเทศที่จัดการข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเป็นรายบุคคลและจำกัดไว้เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน มีการติดตั้งกลไกป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบจากภายนอกและซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย รวมทั้งเข้ารหัสช่องทางการสื่อสาร
6. การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมภายนอก - บริษัทจัดการข้อมูลส่วนบุคคลภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และไม่มีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ หากในอนาคตมีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นหลังจากทำความเข้าใจระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศนั้นแล้ว
ข้อ 13 (ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล)
1. บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าระยะเวลาที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้
2. การดำเนินการเมื่อผู้ใช้บริการยกเลิกการเป็นผู้ใช้บริการ มีดังนี้
- ข้อมูลบัญชี โปรไฟล์ เนื้อหาข้อความ
ลบภายใน 30 วันนับจากการยกเลิก
- บันทึกเกี่ยวกับการชำระเงินและธุรกรรม
เก็บรักษาไว้ 7 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
- ประวัติการได้รับ การใช้ และการสิ้นผลของพอยต์
เก็บรักษาไว้ 7 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
- บันทึกการเข้าใช้
ทยอยลบเมื่อพ้น 1 ปีนับจากที่ได้รับข้อมูล
3. เมื่อขั้นตอนการยกเลิกเสร็จสมบูรณ์ ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถเข้าสู่ระบบบริการและไม่สามารถดูประวัติข้อความได้ ระยะเวลา 30 วันตามวรรคก่อน คือระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับการประมวลผลลบข้อมูลในระบบและการลบออกจากข้อมูลสำรอง
4. แม้จะมีความในสองวรรคก่อน ข้อมูลดังต่อไปนี้จะถูกเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณี
(1) ข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษา - ตามระยะเวลาที่กฎหมายนั้นกำหนด
(2) ข้อมูลที่จำเป็นต่อการรับมือกับข้อพิพาท คดีความ หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่น - จนพ้น 6 เดือนนับจากกระบวนการดังกล่าวสิ้นสุดลง
(3) บันทึกเกี่ยวกับการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้บริการ(จำกัดเฉพาะข้อเท็จจริงของการฝ่าฝืน วันเวลา ตัวระบุบัญชีที่เกี่ยวข้อง และมาตรการที่บริษัทได้ดำเนินการ ส่วนเนื้อหาข้อความจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการพิสูจน์การฝ่าฝืนนั้น)- 3 ปีนับจากวันที่จัดทำบันทึกดังกล่าว
ข้อ 14 (ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์)
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้เยาว์ใช้บริการนี้ กรุณาให้ข้อมูลส่วนบุคคลหลังจากได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง(ผู้แทนโดยชอบธรรม)ล่วงหน้าแล้ว
ข้อ 15 (การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีอื่น)
1. บริการนี้ใช้คุกกี้และเทคโนโลยีในทำนองเดียวกัน เพื่อคงสถานะการเข้าสู่ระบบ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และทำความเข้าใจสถานะการใช้บริการ
2. ผู้ใช้บริการสามารถปิดการใช้งานคุกกี้ได้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์ อย่างไรก็ดี ในกรณีดังกล่าว ท่านอาจไม่สามารถใช้ฟังก์ชันบางส่วนของบริการได้
ข้อ 16 (การขอเปิดเผยและอื่น ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรักษา)
1. ผู้ใช้บริการหรือผู้แทนของผู้ใช้บริการ อาจร้องขอต่อบริษัทให้แจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้ เปิดเผย แก้ไข เพิ่มเติมหรือลบเนื้อหา ระงับการใช้หรือลบทิ้ง หรือระงับการให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการรายนั้นที่บริษัทเก็บรักษาไว้
2. คำร้องขอตามวรรคก่อนรับดำเนินการทางไปรษณีย์ กรุณาส่งเอกสารที่ระบุเนื้อหาคำร้องขอและช่องทางติดต่อ ไปยังที่อยู่ของช่องทางติดต่อด้านล่างนี้ หากมีเหตุขัดข้องที่ทำให้ยากต่อการส่งเอกสารทางไปรษณีย์ กรุณาปรึกษาทางอีเมลล่วงหน้า บริษัทจะพิจารณาดำเนินการเป็นรายกรณี
3. ในการขอเปิดเผย ท่านสามารถระบุวิธีการได้ระหว่างการส่งมอบเป็นเอกสาร หรือการจัดหาในรูปแบบบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทจะเปิดเผยตามวิธีที่ท่านระบุ เว้นแต่การเปิดเผยด้วยวิธีดังกล่าวต้องใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หรือมีเหตุอื่นที่ทำให้ยากต่อการเปิดเผยด้วยวิธีนั้น
4. กรณีเป็นคำร้องขอโดยผู้แทน กรุณาส่งเอกสารที่พิสูจน์อำนาจการเป็นผู้แทนมาด้วย(กรณีผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ให้ใช้สำเนาทะเบียนครอบครัวหรือเอกสารทำนองเดียวกัน กรณีผู้รับมอบอำนาจ ให้ใช้หนังสือมอบอำนาจ)
5. เพื่อป้องกันการรั่วไหลไปยังบุคคลภายนอก บริษัทจะตรวจสอบยืนยันตัวตนด้วยวิธีที่บริษัทกำหนด หากไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ บริษัทอาจไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ
6. บริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้าภายหลังการยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น
7. บริษัทไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับคำร้องขอตามข้อนี้
ข้อ 17 (การเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้)
1. บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ ตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของบริการ
2. นโยบายฉบับที่แก้ไขแล้วมีผลบังคับใช้นับแต่เวลาที่ประกาศภายในบริการ
3. แม้จะมีความในวรรคก่อน ในกรณีที่บริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกินขอบเขตที่พึงถือได้อย่างสมเหตุสมผลว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์เดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะดำเนินการหลังจากได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการล่วงหน้าแล้ว
4. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ในสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งเนื้อหาภายหลังการเปลี่ยนแปลงและวันที่มีผลบังคับใช้ให้ทราบล่วงหน้า โดยประกาศภายในบริการหรือด้วยวิธีการอันเหมาะสมอื่น
5. นโยบายฉบับนี้ถือฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นต้นฉบับที่เป็นทางการ แม้บริษัทจะจัดทำคำแปลนโยบายฉบับนี้เป็นภาษาต่างประเทศ คำแปลดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น หากมีข้อความใดในคำแปลขัดหรือแย้งกับฉบับภาษาญี่ปุ่น ให้ถือฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นสำคัญ
ช่องทางติดต่อสอบถาม
หากมีข้อสอบถามเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล กรุณาติดต่อตามช่องทางด้านล่าง
TGLAB Inc.
กรรมการผู้จัดการ: นายมาโกโตะ โอซาวะ (Makoto Ozawa)
Dai-ni Shintoku Building 402, 354 Yamabuki-cho, Shinjuku-ku, Tokyo 162-0801 ประเทศญี่ปุ่น
อีเมล: lab-chat@tglab.jp
โทรศัพท์: +81-50-5491-3866 (วันทำการ 11.00-17.00 น. ยกเว้นวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
* บริษัทจะพยายามตอบข้อสอบถามทั่วไปภายใน 7 วันทำการ ส่วนคำร้องขอเปิดเผยและอื่น ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรักษา ให้เป็นไปตามข้อ 16
วันที่กำหนดใช้: 1 สิงหาคม 2026